บทที่ 7
การคำนวณต้นทุนและกำไร
7.1 ความสำคัญของการคำนวณต้นทุนในธุรกิจอัดฟางก้อน
การทำธุรกิจอัดฟางก้อนให้ประสบความสำเร็จ
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนฟางที่อัดได้มากเพียงใด
แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมต้นทุนและสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง
ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยประสบปัญหา “ทำงานหนักแต่ไม่เหลือกำไร”
เนื่องจากไม่เข้าใจโครงสร้างต้นทุนของตนเองอย่างแท้จริง
การคำนวณต้นทุนอย่างถูกต้องช่วยให้
- ตั้งราคาขายได้เหมาะสม
- ประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน
- วางแผนขยายธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
- ลดความเสี่ยงทางการเงิน
7.2 ประเภทของต้นทุนในธุรกิจอัดฟางก้อน
ต้นทุนในธุรกิจอัดฟางก้อนสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ
ต้นทุนคงที่ และต้นทุนผันแปร
ต้นทุนคงที่
เป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะมีการอัดฟางหรือไม่ เช่น
- ค่าเสื่อมราคาเครื่องอัดฟางและรถแทรกเตอร์
- ค่าดอกเบี้ยเงินกู้
- ค่าเช่าที่เก็บฟางหรือโกดัง
- ค่าเบี้ยประกันและภาษี
ต้นทุนคงที่ต้องถูกนำมาคำนวณเฉลี่ยต่อฤดูหรือต่อปี
เพื่อให้เห็นภาพต้นทุนที่แท้จริง
ต้นทุนผันแปร
เป็นต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการอัดฟาง เช่น
- ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
- ค่าแรงงาน
- ค่าเชือกอัดฟาง
- ค่าซ่อมบำรุงตามการใช้งาน
ต้นทุนประเภทนี้สามารถควบคุมได้โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
7.3 การคำนวณต้นทุนต่อฟางก้อน
การรู้ต้นทุนต่อฟางก้อนเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ผู้ประกอบการต้องทราบ
เพื่อใช้ในการตั้งราคาขายและเปรียบเทียบความคุ้มค่า
ขั้นตอนการคำนวณ ได้แก่
- รวมต้นทุนทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง
- แบ่งด้วยจำนวนฟางก้อนที่ผลิตได้
- ได้ต้นทุนเฉลี่ยต่อฟางก้อน
ตัวอย่างเช่น หากต้นทุนรวมต่อฤดูอยู่ที่ 150,000 บาท และผลิตฟางได้ 10,000 ก้อน
ต้นทุนเฉลี่ยต่อก้อนคือ 15 บาท
การคำนวณอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงที
7.4 การตั้งราคาขายฟางก้อน
ราคาขายฟางก้อนไม่ควรตั้งจากราคาตลาดเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องอ้างอิงจากต้นทุนของตนเองเป็นหลัก
หลักการตั้งราคาขาย ได้แก่
- ราคาขายต้องสูงกว่าต้นทุนต่อก้อน
- เผื่อกำไรและค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
- พิจารณาคุณภาพและบริการเพิ่มเติม
- คำนึงถึงฤดูกาลและปริมาณฟางในตลาด
ผู้ประกอบการที่เข้าใจต้นทุนของตนเอง
จะสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นใจโดยไม่ตัดราคาจนขาดทุน
7.5 การคำนวณกำไรและจุดคุ้มทุน
กำไรของธุรกิจอัดฟางก้อนเกิดจากส่วนต่างระหว่างรายได้และต้นทุนทั้งหมด
สูตรพื้นฐานคือ
กำไร = รายได้รวม – ต้นทุนรวม
ส่วนจุดคุ้มทุน คือ
ปริมาณฟางก้อนหรือรายได้ที่ทำให้ธุรกิจไม่ขาดทุนและไม่มีกำไร
การรู้จุดคุ้มทุนช่วยให้ผู้ประกอบการทราบว่า
- ต้องอัดฟางอย่างน้อยกี่ก้อนจึงจะคุ้มทุน
- ปริมาณงานขั้นต่ำที่ต้องรับในแต่ละฤดู
- ความเสี่ยงทางการเงินของธุรกิจ
7.6 การบริหารกระแสเงินสด
แม้ธุรกิจจะมีกำไร แต่หากขาดสภาพคล่องก็อาจประสบปัญหาได้
ผู้ประกอบการจึงต้องบริหารกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ
แนวทางการบริหารกระแสเงินสด ได้แก่
- แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว
- บันทึกรายรับ–รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ
- วางแผนการชำระหนี้และค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
- สำรองเงินสดสำหรับเหตุฉุกเฉิน
การบริหารเงินที่ดีช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมั่นคง
7.7 การลดต้นทุนและเพิ่มกำไรอย่างยั่งยืน
ผู้ประกอบการมืออาชีพจะไม่หยุดเพียงการคำนวณต้นทุน
แต่จะมองหาวิธีลดต้นทุนและเพิ่มกำไรอย่างต่อเนื่อง เช่น
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร
- ลดการสูญเสียฟางระหว่างการอัด
- วางแผนเส้นทางขนส่งอย่างเหมาะสม
- สร้างลูกค้าประจำเพื่อลดต้นทุนการตลาด
การพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
7.8 บทสรุปของบทที่ 7
No comments:
Post a Comment